จากเอนทรีที่แล้วได้บอกไว้ว่าเปลี่ยนงานมาทำที่มาเลเซีย
 
เหมือนเดิมครับ เซิร์ชจากอินเตอร์เนต หางาน นักร้องนักดนตรี ไปต่างประเทศ
 
ก็ไปเจ๊อะ ไปจ๊ะเอ๋กับกระทู้ใน hi5 (โห เชยหว่ะ เค้าเลิกเล่นกันไปนานแล้ว)
 
ลงไว้ว่า "รับนักร้อง ญ ไปอินโด ด่วนๆๆ"
 
ในใจก็ เอ้อ อินโด ไม่เคยไป แปลกดี เลยลองโทรติดต่อ ส่งรูป ส่งประวัติ
 
ปรากฎว่าวันรุ่งขึ้นพี่เค้าโทรกลับมา
 
"น้องไปมาเลได้ไหม มีคนแคนเซิลพี่ไปคนนึง หาไม่ทันแล้ว จะบินแล้ว"
 
ว๊าวส้มหล่นดิครับ แต่ก่อนจะตอบตกลงก็ชิงถามก่อนว่า "ทำเวิร์คมีตรวจสุขภาพไหมพี่"
 
คำตอบที่ได้รับทำให้ดีใจจนแทบกรี๊ด "ไม่มีจ้า" สบายแล้วกู ไม่ต้องไปตรวจปอดตรวจเปิดซ้ำให้เปลืองเงินแต่ประการใด ฮี่ๆ
 
เอาหล่ะ ส่งเอกสารเรียบร้อยก็นั่งๆ นอนๆ รอวันบิน
 
 
สมบัติติดตัวมีแค่นี้ล่ะค่ะ เสื้อผ้า โน๊ตบุคหนึ่งเครื่อง ที่เหลือไปหาเอาดาบหน้า ฮ่าๆๆ
 
วันนั้นจำได้ว่าที่สนามบิน ได้เจอกับเอเจนเป็นครั้งแรก
 
(การไปมาเลครั้งนี้ก็แปลกดี ไม่มีการออดิชันหรือดูตัวแต่อย่างใด แบบว่า เฮ๊ย พี่ไม่อยากฟังหนูร้องเพลงก่อนเหรอคับ หรือไม่อยากจะเห็นหนังหน้าหนูก่อนเรอะ)
 
ประกอบไปด้วยเอเจนสองคน คนไทยหนึ่งคน (ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว) กับอีกคนครึ่งไทยครึ่งสิงคโปร์ อ้วน ดำ พูดไทยได้ แต่กวนตีน ฮ่าๆๆ
 
 
นั่งเครื่องสองชั่วโมงก็ไปถึง Kuala Lumpur ผ่าน ตม. อย่างง่ายดายกว่าสิงคโปร์เยอะมากกกกกกกกกกก
 
คงจะเป็นเพราะมาครั้งแรก เลยไม่มีปัญหา
 
แล้วก็นั่งรถห้าชั่วโมงจาก KL ไป JB (มารู้ทีหลังว่าตั๋วเครื่องบินจากเคแอลมาเจบีไม่กี่ร้อยบาทเอง แล้วมุงให้กุนั่งรถห้าชั่วโมงทำเตี่ยไร)
 
ระหว่างทางก็แวะกินข้าว โห.....อึ้งเลยครับ หาความอร่อยไม่เจอ!
 
ทุกอย่างแบบว่า มันๆ เลี่ยนๆ เผ็ดๆ อยากจะร้องไห้ คิดถึงข้าวคลุกน้ำปลาที่บ้่านขึ้นมาเลย
 
 
มันเหมือนจะดูดี มีข้าวราดผัดผักกับน้ำพริก ผัดผักจืดและมัน น้ำพริกเพ็ดเวอร์และมันมากกก น้ำมันเยิ้มเลย
 
ก็ทำใจว่า สามเดือนนี้กูต้องอดตายแน่ๆ แดกมาม่าอย่างเดียว
 
(มารู้ทีหลังว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของที่นี่รสชาดห่วยไม่แพ้อาหารมันเลย  ดีที่มีร้านคนไทยเอามาม่าไทยมาขาย ไม่งั้นตายแน่)
 
 
แต่ก็ยังโชคดีที่ยังมีร้านอาหารไทยอยู่บ้าง ถึงมันจะแพงระยับระดับภัตรคารก็เหอะ
 
เมื่อไปถึงร้าน เตรียมทำงาน ก็พบว่า.........
 
"คนที่จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยและคณะที่ไม่น้อยหน้าใครอย่างเรา.......
 
มาโดนหลอกโดยเอเจนการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี!!!!!!!"
 
แสรดดดดด ก่อนมาบอกว่าเป็นวงคนไทย ขาดนักร้องจะให้มาแจม
 
เจ๊กพวกกะนี้มันคนไทยตรงไหนวะ!!!!!!!! แหกตาดู แหกตาดู!!!!!
 
นักร้องชายหนึ่งกระเทยหนึ่งแถวหลัง........คน (จีน) มาเล, นักร้อง ญ แถวสองใส่เสื้อขาวกางเกงดำ......คน (จีน) มาเล, มือกลอง มือคีย์บอร์ด มือกีตาร์ มือเบส........คน (จีน) มาเล (เจ้าของบล็อค........คนไหนเดาเอาเอง แต่ที่ีแน่ๆ ไม่ใช่เขียวคน แดงคน ที่นั่งอยู่นะคะ)
 
อิดวก ไม่เห็นต้องหลอกกันเลย บอกกุดีๆ ก็ได้ว่าจะให้มาร้องกับวงท้องถิ่น กูจะได้เตรียมตัวเรียนภาษามาเพิ่ม
 
คนไทยไม่คิดจะจริงใจกันบ้างเลยหรือไง หลอกได้แม้กระทั่งคนในชาติ เพื่อค่าหัวในการหานักร้องคนละสามร้อยเหรียญ.....เจริญ
 
แล้วความวุ่นวายก็เกิดระหว่างการซ้อม วงนี้อ่อนภาษาอังกฤษมากกกกกกกกกกกกกก
 
อีโก้ก็สู๊งงงงงงงง สูงงงงงงงง เค้าถือว่าเป็นระดับอาจารย์สอนดนตรี เลยแบบว่าดูถูกคนไทย
 
โชคดีที่ได้ร่วมงานกันแค่เดือนเดียว แล้วก็เปลี่ยนเป็นวงไทย ไม่งั้นไมเกรนแดกตายห่า
 
 
ช่วงนั้นก็สนุกสนาน ตามประสาคนไม่เคยไปเที่ยวมาเล ก็ไปตระเวณถ่ายรูป
 
 
ที่คอนโดมีแมวด้วย
 
เดี๋ยวเอนทรีต่อไปจะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเวิร์คจริง เวิร์คปลอม อันไหนถูกกฎหมาย อันไหนโดนจับ แล้วต้องทำยังไง ติดตามตอนต่อไปนะครับ สวัสดี

edit @ 3 Oct 2011 13:20:49 by keerati-vocalist

หลังจากโรคขี้เกียจมาเยือนขนาดหนักถึงขั้นไม่ทำอะไรเลยแม้กระทั่งอัพบล็อก
 
ยิ่งเดือนหลังๆ hotmail โดนบล็อก ซวยจัด ชนิดที่ว่ากู้คื่้นไม่ได้ เบอร์โทร ที่อยู่สำคัญๆ ต่างๆ รวมไปถึงเวปไซต์ที่เคยสมัครด้วยเมล์นี้ ก็เข้าไม่ได้ เพราะลืมรหัส
 
จะให้ส่งมาใหม่ก็ส่งไม่ได้ ต้องใช้เมล์ใหม่ สมัครใหม่สถานเดียว
 
คิดแล้วก็จิตตก ตระเวณไปตามเวปต่างๆ ที่เคยสมัครไว้ จนมาถึงคราวของ exteen ก็เอ้อ ลองดู
 
ปรากฏว่า จำรหัสได้แฮะ ฮ่าๆๆ รอดแล้ว ช่วงนี้ค่อนข้างว่างจากงาน เลยจะมาอัพให้ฟังคร่าวๆ นะจ๊ะ
 
หายไปไหนมา?
 
จริงๆ เริ่มมาจากช่วงนั้น หลังจาก อีพีวงเชอรับขายหมด มีอันต้องไปทำงานร้องเพลงที่สิงคโปร์
 
แต่แล้วความซวยมันไม่เข้าใครออกใครค่ะที่รัก ไปถึงได้สองสัปดาห์ก็มีการเชคสุขภาพเบื้องต้น สำหรับใบอนุญาตทำงาน
 
(ที่สิงคโปร์เข้มงวดเกี่ยวกับโรคติดต่อมากค่ะ)
 
ผลปรากฏว่า เหี้ย! โดนส่งกลับค่ะพี่น้อง เนื่องจากผล x ray ปอด ออกมาไม่ผ่าน
 
โดยปกติปอดคนเรา ถ้าสุขภาพดีไม่มีปัญหา เมื่อ x ray แล้วจะเห็นปอดเป็นสีดำ ซึ่งหมายถึง สะอาดไร้รอยแผล ไร้สิ่งแปลกปลอม
 
แต่ของดิชั้น...หึ หึ เห็นเป็นสีเทาๆ นิดหน่อย แบบว่า มีฝ้าๆ ตรงข้างบน ซึ่งดูไม่น่ากลัวเมื่อเทียบกับปอดคนสูบบุหรี่นะคะ
 
หมอบอกว่า วัณโรค ระยะสามถึงสี่เดือน ระยะแพร่เชื้อ ต้องเดินทางออกนอกประเทศโดยเร็วที่สุด!
 
โดนส่งกลับค่ะ พี่น้อง! กูเป็นวัณโรค!!! ขวัญผวาเลย ช่วงนั้น hurt มาก down สุดๆ
 
แบบว่าแทบไม่อยากเจอหน้ามนุษย์คนไหน ไม่อยากคุยกับใครเลย
 
ซึ่งการทำใบอนุญาตทำงานไม่ผ่านในครั้งนั้น ส่งผลกระทบรุนแรงถึงหน้าที่การงานและรายได้ ชนิดร้ายแรงมากทีเดียว
 
ก่อนจะบิน คือทำการลาออกจากงานทุกชนิดที่ทำอยู่
 
ระหว่างรอวันบิน แน่นอน ไม่ได้ทำงาน อยู่ว่างๆ ใช้เงิน advance ซึ่งบริษัทออกให้ก่อน หักจากเงินเดือนทีหลัง แต่พอไปถึงแล้วโดนส่งกลับ ใจแทบสลาย เซ็งแท้
 
ไปหาหมอที่โรงพยาบาลโรคปอด ตรวจเสมหะ เพาะเชื้อ
 
แม่ง!...ปอดกูก็ปกติดีนี่คะ ไม่ได้มีเชื้อวัณโรคแบบที่หมอฟันธง โดยฝ้าที่เห็นในฟิล์ม x ray อาจมาจากแผลเป็นในปอด
 
เพราะตอนเด็กเป็นหวัดแลพภูมิแพ้หนักมาก เป็นหลายปี เลยเปลี่ยนเป้าหมายในการทำงานเป็นประเทศมาเลเซียแทน
 
ดีมาก รายได้น้อยกว่าแต่ไม่ต้องตรวจสุขภาพไอ้นู่นไอ้นี่ให้มันวุ่นวาย ตอบตกลงกับเอเจนสัปดาห์นึงบินได้เลย
 
บรรยากาศการทำงานจะเล่าให้ฟังในเอนทรีถัดไป
 
สำหรับเอนทรีนี้ขอดีใจออกนอกหน้านิดหนึ่งที่จะได้กลับไทยแล้ว
 
กลับแป๊บเดียวก็ต้องมาที่มาเลอีก แต่คราวนี้ย้ายที่ทำงาน เพราะผู้จัดการที่เก่า "กวนตีน" ฮ่าๆๆ

edit @ 4 Jun 2011 17:52:11 by keerati-vocalist